December 11, 2017

earpod หูฟังติดกล่อง iPhone กับลูกเล่น Remote ที่มากกว่าฟังเพลง

หูฟังติดกล่อง iPhone กับลูกเล่น Remote ที่มากกว่าแค่ไว้ฟังเพลง


Earpod หูฟังติดกล่อง iPhone กับลูกเล่น Remote ที่มากกว่าแค่ไว้ฟังเพลง

หูฟัง รphone 5 รับซื้อ ราคาสูง

ปกติแล้ว iPhone เป็นโทรศัพท์ที่สืบเชื้อสายการฟังเพลงมาจาก iPod ตามความตั้งใจแรกสุดที่ Apple ทำ iPhone ให้เป็น iPod ที่รองรับการใช้งานแบบหน้าจอสัมผัส เพราะฉะนั้น หูฟัง Earpod สีขาวที่ปกติแถมมากับ iPhone จึงกลายร่างเป็นหูฟังพร้อมไมค์สนทนา บวกกับเป็นรีโมทควบคุมการใช้งาน แต่รู้หรือไม่ รีโมทที่หูฟัง มีลูกเล่นหลายอย่างที่ทำให้ควบคุมการใช้งานได้โดยไม่ต้องยกเครื่องมาดู

ปกติแล้ว iPhone จะแถมหูฟังพร้อมรีโมทควบคุมมาให้ โดยตั้งแต่ iPhone 3GS เป็นต้นมาไม่ว่าจะเป็นหูฟังแบบเดิม หรือหูฟัง Earpod ที่เริ่มใช้ใน iPhone 5 จะมีรีโมทแบบมีปุ่มปรับระดับเสียงมาให้ แต่ลูกเล่นของหูฟังทั้งสองแบบนี้ มีวิธีการใช้งานที่เหมือนกัน นอกจากนี้ หูฟังตัวท็อปของ Apple อย่าง Apple In-Ear ก็มีรีโมทที่ให้ลูกเล่นใช้งานเหมือนกับหูฟังติดกล่องเช่นกัน

 

ทำความรู้จักรีโมท

MD827_AV4

รีโมทหูฟังของ iPhone จะเป็นแท่งเล็กๆ สีขาว โดยด้านที่เป็นปุ่ม ตรงกลางจะเป็นปุ่มควบคุม ด้านซ้ายจะเป็นปุ่มลดเสียง ด้านขวาจะเป็นปุ่มเพิ่มเสียง ส่วนด้านหลังของรีโมท จะมีช่องเล็กๆ ที่เจาะไว้เป็นไมค์สนทนา ปุ่มทั้งหมด รองรับการกดลงไปได้ทันที โดยน้ำหนักของปุ่ม จะแข็งเล็กน้อยให้รู้ว่า ต้องกดอย่างตั้งใจลงไป ทำให้เวลาใช้งานจริง การเผลอกดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ง่ายนัก

 

ความสามารถของรีโมทบนหูฟัง

ถึงแม้ว่าปุ่มรีโมทบนหูฟังจะมีเพียงแค่ 3 ปุ่ม แต่ความสามารถที่สามารถทำได้มีหลายอย่างมาก บางอย่างหลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนเลยก็ได้ เรามาดูกันดีกว่าครับว่ามีอะไรบ้าง

 

ลูกเล่นขณะโทรศัพท์หรือ FaceTime

  • เมื่อมีสายเข้าการกดปุ่มกลางหนึ่งครั้งจะเป็นการรับสาย เมื่อสนทนาจบ การกดหนึ่งครั้ง จะเป็นการวางสาย
  • เมื่อมีสายเข้าแต่ไม่ต้องการรับสาย ให้กดปุ่มกลางค้างประมาณ 2-3 วินาที แล้วปล่อยจะเป็นการกดตัดสายครับ
  • เมื่อที่มีสายเข้ามาและต้องการปิดเสียง Ringtone (แต่ไม่กดตัดสาย) ให้กดปุ่มปรับเสียง + หรือ – ก็ได้ เสียงเรียกเข้าจะหายไป
  • ระหว่างที่กำลังอยู่ในสาย สามารถใช้ปุ่มปรับเสียง + และ –
  • ในการปรับระดับความดังของเสียงระหว่างคุย
  • ถ้ามีสายซ้อนเข้ามา กดปุ่มกลาง 1 ครั้งจะเป็นการสลับสายไปรับสายใหม่ที่เข้ามา และพักสายของสายแรกไว้ก่อน
  • ไมค์ที่ตัวหูฟังจะเป็นไมค์สำหรับสนทนา

 

ลูกเล่นระหว่างฟังเพลง

  • กดปุ่มกลาง 1 ครั้ง จะเป็นการ pause เพลงที่กำลังเล่นอยู่ และกดอีกครั้งเพลงจะเล่นต่อ
  • กดปุ่มกลาง 2 ครั้งติดกัน จะเป็นการข้ามไปเพลงถัดไป
  • กดปุ่มกลาง 3 ครั้งติดกัน จะเป็นการเริ่มต้นเพลงใหม่ และถ้ากด 3 ครั้งติดกันในช่วง 3  วินาทีแรกจะเป็นการเล่นเพลงก่อนหน้า
  • กดปุ่มกลาง 2 ครั้งติดกันแล้วกดค้างไว้ จะเป็นการกรอเพลงไปข้างหน้า ยิ่งกดค้างไว้นานเพลงก็จะยิ่งกรอไปเร็วขึ้น
  • กดปุ่มกลาง 3 ครั้งติดกันแล้วกดค้างไว้ จะเป็นการกรอเพลงย้อนกลับ ยิ่งกดค้างไว้นานเพลงก็จะยิ่งกรอไปเร็วขึ้นเช่นกัน
  • ปุ่มปรับเสียง + และ – จะปรับความดังของเสียงเพลง

 

ลูกเล่นขณะดูวีดีโอ

  • กดปุ่มกลาง 1 ครั้ง จะเป็นการ pause วีดีโอที่กำลังเล่นอยู่ และกดอีกครั้งวีดีโอจะเล่นต่อ
  • กดปุ่มกลาง 2 ครั้งติดกัน สำหรับวีดีโอบางอันที่รองรับอย่างเช่นหนังเรื่องต่างๆ ที่มีการแบ่งตอนเอาไว้ จะข้ามไปตอนต่อไป
  • กดปุ่มกลาง 3 ครั้งติดกัน จะเป็นการเริ่มต้นตอนนั้นๆ ใหม่ และถ้ากด 3 ครั้งติดกันในช่วง 3  วินาทีแรกจะเป็นการกลับไปตอนก่อนหน้า
  • กดปุ่มกลาง 2 ครั้งติดกันแล้วกดค้างไว้ จะเป็นการกรอวีดีโอไปข้างหน้า ยิ่งกดค้างไว้นานวีดีโอก็จะยิ่งกรอไปเร็วขึ้น
  • กดปุ่มกลาง 3 ครั้งติดกันแล้วกดค้างไว้ จะเป็นการกรอวีดีโอย้อนกลับ ยิ่งกดค้างไว้นานวีดีโอก็จะยิ่งกรอไปเร็วขึ้นเช่นกัน
  • ปุ่มปรับเสียง + และ – จะปรับความดังของเสียงวีดีโอ

 

ลูกเล่นขณะถ่ายรูป

  • กดปุ่มปรับเสียง + หรือ – จะเป็นการภาพนิ่งให้โดยทันที
  • ในโหมดถ่ายวีดีโอสามารถกดปุ่มปรับเสียง + หรือ – เพื่อเริ่มถ่ายวีดีโอได้เช่นกัน และกดอีกครั้งจะเป็นการหยุดถ่าย
  • ในโหมด panorama กดปุ่มปรับเสียง + หรือ – จะเป็นการเริ่มถ่าย เมื่อได้ภาพที่กว้างแบบที่ต้องการแล้วกดอีกครั้งจะเป็นการหยุดถ่าย

 

การใช้งานอื่นๆ

  • กดปุ่มกลางค้างไว้ประมาณ 2-3 วินาที จะเป็นการเรียกใช้งาน Siri ขึ้นมาครับ สามารถคุยกับหูฟังได้เลย ส่วน iPhone 4 หรือรุ่นอื่นๆ ที่ไม่รองรับ Siri จะเป็นการเรียก Voice Control ขึ้นมาแทนครับ
  • ลูกเล่นต่างๆ ของรีโมทสามารถใช้ได้กับ iPad และ iPod touch เช่นเดียวกันกับ iPhone แต่ไม่ได้แถมหูฟังที่มีรีโมทมาให้ในกล่อง
  • การใช้รีโมทความคุมเพลงสามารถใช้ได้กับ iPod Classic, iPod Nano ตั้งแต่ Gen 4 ขึ้นไป และ iPod Shuffle Gen 3 ขึ้นไปด้วยเช่นกัน
  • สำหรับบนเครื่อง Mac สามารถใช้รีโมทควบคุมเพลงที่เล่นจาก iTunes ได้ และใช้ปุ่มปรับเสียง + และ – ในการปรับความดังของเครื่อง

ลูกเล่นต่างๆ เหล่านี้สามารถใช้ได้จากหูฟังของ Apple ทั้งหมดที่มีรีโมตไม่ว่าจะเป็นหูฟัง iPhone แบบเดิม, หูฟัง Earpod ที่มาพร้อมกับ iPhone รุ่นใหม่ๆ หรือไม่ว่าจะเป็นหูฟัง Apple In-Ear นอกจากนี้หูฟังบางยี่ห้อก็ทำ remote มารองรับกับการใช้งานบน iPhone ได้เช่นเดียวกันกับหูฟังจาก Apple เองครับ

ทั้งหมดนี้ น่าจะทำให้หูฟังติดกล่องที่ใช้งาน ถูกใช้เต็มประสิทธิภาพ และเป็นผู้ช่วยในการควบคุม ที่ลดภาระการหยิบเครื่องขึ้นมาดูได้อย่างแน่นอนครับ ^ ^

ที่มา iphonesociety